Category: insurance
-

ถ้ามีวงเงินคลอดลูก 400,000 บาทจะฝากท้องที่ไหน?
ลองจินตนาการเล่นๆว่า………ถ้าวันนี้เรามีวงเงิน 400,000 บาทสำหรับการฝากท้อง อัลตราซาวน์ ตรวจNifty ฉีดวัคซีน รับวิตามินคุณแม่แถมวันคลอดยังสามารถเลือกห้องพักแบบที่ชอบได้ในโรงพยาบาลชั้นนำของเมืองไทย ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆอยากฝากท้องที่โรงพยาบาลไหน? เชื่อว่าหลายๆคน คงอยากฝากท้องกับคุณหมอชื่อดังในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์ย่อมอยากได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความสบายใจตลอดระยะเวลา 9 เดือน เป็นที่รู้กันว่าค่าใช้จ่ายในการคลอดลูก สูงขึ้นทุกปี จนทำให้บางครั้งคุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านเกิดความกังวลใจ เพราะไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายจะไปจบที่ตรงไหน ข่าวดี! คือวันนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในการคลอดลูกให้กับตัวเองได้แล้วด้วยการเปลี่ยน “ค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน” ให้กลายเป็น “ค่าใช้จ่ายที่แน่นอน” ด้วยประกันสุขภาพ Beyond Platinum จากบริษัทอลิอันซ์อยุธยา ที่ให้ความคุ้มครองค่าคลอดสูงถึง 400,000 บาท จากข้อมูลค่าใช้จ่ายในการคลอดลูก 5 โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทยในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 170,000 บาท (ยังไม่รวมค่าฝากท้อง ค่าวิตามิน ค่าตรวจNifty etc.รวมๆแล้วประมาณ 30,000 – 50,000 บาท) แทนที่เราจะจ่ายค่าคลอดเอง เราผลักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้บริษัทประกันจ่ายให้สูงสุดถึง 400,000 บาท โดยที่เราจ่ายเบี้ยแค่ 104,393 บาทเท่านั้น (ตัวอย่างเบี้ยสำหรับผู้หญิงอายุ…
-

5 ข้อน่ารู้ สำหรับคนเตรียมสอบ CFP ฉบับที่ 3
สวัสดีค่าทุกคน ช่วงกลางเดือน มีนาคมที่ผ่านมา เมย์เพิ่งไปสอบ CFP ฉบับที่ 3 เรื่องการวางแผนประกันภัยและการวางแผนเพื่อวัยเกษียณมา เลยอยากมาแบ่งปันประสบการณ์สอบ ผ่าน Q&A อีกครั้ง เพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ค่ะ Q1 : เตรียมตัวยังไงบ้างA1 : เนื่องจากข้อสอบ CPF ฉบับที่ 3 มีเนื้อหา 2 ส่วน คือ การวางแผนประกันภัยและการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ ผู้เข้าสอบเลยต้องอบรมเนื้อหาให้ครบทั้ง 2 ส่วนก่อนถึงจะลงสอบได้ สำหรับเนื้อหา Module 3 เมย์ใช้สิทธิขอเทียบเคียงความรู้พื้นฐานไม่อบรมเก็บชั่วโมงได้ เพราะปัจจุบันทำงานอยู่ในสายงานตัวแทนประกันชีวิต ส่วนเนื้อหา Module 4 เรื่องการวางแผนเพื่อวัยเกษียณลงเรียนเก็บชั่วโมงกับทาง ThaiPFA นอกจากนี้เมย์ยังลงคอร์สติวก่อนสอบใน Module 3 กับทาง CMSK เพิ่มเติมค่ะ Q2 : เนื้อหาที่สอบเกี่ยวกับอะไรบ้าง A2 : เนื้อหาจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ เรื่องการวางแผนการประกันภัยและการวางแผนเพื่อการเกษียณ ข้อสอบจะมี…
-

8 ข้อสงสัย สำหรับคนเตรียมสอบ CFP Module 2
—
by
สวัสดีค่าทุกคน วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งไปสอบ CFP Module2 เรื่องวางแผนการลงทุนมาสดๆร้อนๆ วันนี้เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ผ่าน Q&A ในคำถามที่คิดว่าหลายๆคนน่าจะอยากรู้ เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ค่ะ Q1 : เตรียมตัวยังไงบ้าง A1 : เนื่องจากเคยสอบผ่าน IC Plain และได้รับความเห็นชอบเป็น ผู้แนะนำการลงทุนตราสารทั่วไป (IC Plain) มาแล้ว เลยใช้สิทธิขอเทียบเคียงความรู้พื้นฐานไม่อบรมเก็บชั่วโมงใน Module 2 แต่มีการลงอบรมแบบติวก่อนสอบ 2 วันกับทาง CMSK ค่ะ ด้วยความที่เวลาติวกับทาง CMSK มีแค่ 2 วัน เมย์เลยอ่านเนื้อหาล่วงหน้าเพื่อให้เห็นภาพรวมของบทเรียน ตรงไหนที่ไม่เข้าใจ ก็โน้ตไว้เพื่อถามอาจารย์ในคลาส หลังจากที่เรียนกับทาง CMSK จบแล้วก็มาอ่านทวนและทำสรุปเพิ่มเติม สำหรับเมย์การเขียนสรุปทำให้เข้าใจและจำเนื้อหาได้ดีขึ้น ทำสรุปเสร็จแล้วก็ไปลองทำข้อสอบจำลองกันเลยยย ผลของการลองทำข้อสอบคือ ไม่ผ่าน!! แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเราจะได้รู้ว่ายังมีตรงไหนที่ยังไม่เข้าใจก็ไปอ่านทวนเพิ่มซะ ซึ่งเมย์ใช้เวลาในการทบทวนรวมถึงท่องสูตรแบบจริงๆจังๆประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนถึงวันสอบค่า Q2 : เนื้อหาที่สอบเกี่ยวกับอะไรบ้าง A2 : เนื้อหาหลักๆจะเกี่ยวข้องกับแนวคิดในการลงทุนและการวางแผนการลงทุน มีทั้งหลักทรัพย์เดียวและกลุ่มหลักทรัพย์ ข้อสอบจะมีด้วยกันทั้งหมด…
-

สรุป สัมมนาวิชาการ Reach New Height
เมื่อวาน มีโอกาสได้ไปงานสัมมนาวิชาการ Reach New Height ที่จัดขึ้นโดย GAMA Thailand สมาคมผู้บริหารธุรกิจประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินวันนี้เมย์จะมาแชร์ให้ทุกคนฟังว่าได้อะไรจากงานนี้บ้างค่า ในช่วงเช้า ดร.ธนัย ชรินทร์สาร วิทยากรจากรายการ The Secret Source Podcast ช่วง Strategy Clinic และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนกลยุทธให้กับหลายๆองค์กรชั้นนำของประเทศไทย ได้มาพูดคุยในหัวข้อ “มุมมองที่แตกต่างในการสร้างธุรกิจ” Key Idea ที่ได้ “ที่ใดมีทุกข์ ที่นั่นมีเงิน” พูดง่ายๆ คือ เวลาที่ลูกค้ามีปัญหา(เกิดความทุกข์ขึ้น) ถ้าเราสามารถเข้าไปช่วยเค้าแก้ไขปัญหาได้ด้วยสินค้าและบริการของเรา สิ่งนี้จะก่อให้เกิดรายได้ของธุรกิจในที่สุด ซึ่งแนวทางในการมองหาปัญหาของลูกค้านั้น สามารถทำได้ด้วยการมองให้ออกว่า ถ้าทำธุรกิจแล้วอยากเติบโตแบบยั่งยืน เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด ให้คิดแบบนักธุรกิจ ดร.ธนัยได้แนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า Seeing the Big Picture มองภาพรวมสวมหมวก CEO โดย Kevin Cope ซึ่งเป็นหนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับปัจจัยในการขับเคลื่อนธุรกิจเอาไว้ว่า ถ้าจะทำธุรกิจให้ได้ดีนั้นต้องบริหาร 5 สิ่งเหล่านี้ ได้แก่ เงินสด กำไร สินทรัพย์…
-

เก็บเงินง่ายลูกได้แน่นอน ด้วยประกันชีวิตควบการลงทุน
เก็บเงินง่าย ลูกได้แน่นอนด้วยประกันชีวิตควบการลงทุน(Unit-linked)(เริ่มต้นเฉลี่ยแค่เดือนละ 1,000 บาท ก็สามารถมีทุนชีวิตสู๊งงงงได้ถึง 1 ล้านบาท!!) หนึ่งในความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ นั่นก็คือ การเตรียมความพร้อมในเรื่องของ เงินเก็บให้กับลูกน้อยของตัวเองยิ่งแนวโน้มค่าครองชีพและค่าเทอมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆคนกังวลใจมากยิ่งขึ้นว่าถ้าหากวันนึงเราไม่อยู่แล้วใครจะมาคอยเก็บเงินส่งเจ้าตัวเล็กให้ถึงฝั่ง วันนี้เมย์อยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยแก้ความกังวลใจนี้ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้นั่นก็คือ ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Unit-Linked ค่า จุดเด่นที่แตกต่างของ Unit-Linked คือการให้ทุนชีวิตที่สู๊งงงงงงงงงง แบบที่การฝากธนาคาร ซื้อหุ้น ซื้อกองทุนรวมให้ไม่ได้พูดง่ายๆ คือ ถ้าวันใดวันหนึ่ง เราไม่สามารถอยู่ดูแลลูกได้แต่เรามั่นใจได้เลยว่า ลูกจะมีทุนชีวิตก้อนใหญ่ที่เราเตรียมไว้ให้อย่างแน่นอน!! และด้วยความที่ Unit-Linked แบ่งเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปลงทุนในกองทุนรวมถ้าในอีก 20 ปีข้างหน้า สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาลูกน้อยเติบโตจนสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว เราก็สามารถ ขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดแล้วรับเงินก้อนใหญ่คืนมาได้เช่นกันค่ะ แผนนี้เหมาะกับใคร คนที่ต้องการเตรียมทุนการศึกษาให้ลูก อยากมั่นใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกได้เงินแน่นอน หัวหน้าครอบครัว ที่ถ้าวันนี้เราไม่อยู่คนข้างหลังลำบากแน่ คนที่ชอบความหยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนแผนได้ระหว่างทาง สำหรับใครที่สนใจลองดูแผนที่เมย์จัดทำไว้เป็นไอเดียในการเริ่มต้นเก็บเงินไปพร้อมๆกันเลยค่ะ แผน D เก็บเงินเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท สร้างทุนชีวิตสูงถึง 1 ล้านบาท ครบ 20 ปีไม่บ๊ายบาย สามารถขายหน่วยลงทุนคืนได้เงินประมาณ…
-

เริ่มฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่
ขึ้นชื่อว่าความแก่ ริ้วรอย หรือความเหี่ยวย่น สำหรับคนที่รักสวยรักงามแล้วนั้นคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองแต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะมันคือธรรมชาติของมนุษย์ จะให้หน้าเป๊ะ ตึงเปรี๊ยะเหมือนเดิมเป็นสิบๆปีคงเป็นไปได้ยาก ถ้าไม่มีตัวช่วยดีๆอย่าง โบท็อกซ์ แล้วเราควรจะเริ่มฉีดโบท็อกซ์ตอนอายุเท่าไหร่ดีหล่ะ บางคนอาจจะบอก ตอน 20, 25, หรือเข้าเลข 3 ค่อยฉีดเคยมีรุ่นน้องที่เป็นสายรักสวยรักงามแนะนำว่า ยิ่งฉีดโบท็อกซ์เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี ฉีดตอนอายุยังไม่เยอะนี่หล่ะ นั่นก็เพราะ โบท็อกซ์จะช่วยคงสภาพผิวที่ยังเต่งตึง ไร้ริ้วรอยตอนเราอายุยังน้อยเอาไว้ได้แต่ถ้าเรามาเริ่มฉีดโบท็อกซ์ตอนอายุซัก 40 เราก็คงทำได้แค่รักษาสภาพผิวในวัย 40 ของเราไม่ให้เหี่ยวย่นไปมากกว่านี้ อันที่จริง แนวคิดเรื่องช่วงอายุที่ควรเริ่มฉีดโบท็อกซ์ก็คล้ายๆกับช่วงอายุที่เราควรเริ่มทำประกันสุขภาพยิ่งเราซื้อประกันสุขภาพเร็ว ในวันที่ร่างกายเรายังแข็งแรงเราก็จะได้รับความคุ้มครองแบบครอบคลุม ครบถ้วนเพราะร่างกายเรายังสมบูรณ์เหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ตอนอายุน้อยๆ ที่ช่วยได้คงสภาพผิวที่ดีที่สุดในวัยเยาว์ของเราเอาไว้ แต่ถ้าเราเริ่มทำประกันสุขภาพตอนที่อายุเริ่มเยอะ หรือมีความเจ็บป่วยมาเยือนเราก็จะถูกงดเว้นความคุ้มครองในการรักษาบางโรค หรืออาจถูกปฏิเสธการรับประกันเลยก็เป็นได้เหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ตอนที่ผิวเริ่มมีริ้วรอยไปมากแล้ว จึงไม่สามารถรักษาสภาพผิวที่อ่อนเยาว์เอาไว้ได้ เป็นไปไม่ได้เลยว่า อายุที่มากขึ้น จะนำมาซึ่งสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกว่าช่วงวัยเด็กและไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่า แก่ตัวไปจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเยือน ในเมื่อเราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ว่าการเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น มี ราคาที่เราต้องจ่ายเท่าไหร่ ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ก็คือการเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการทำประกันสุขภาพในตอนที่เรายังแข็งแรงดี เพราะประกันสุขภาพไม่ได้ซื้อได้ด้วยเงินเท่านั้น ต้องใช้สุขภาพที่ดีในการซื้อด้วย ด้วยความปรารถนาดีจาก เมย์ แอร์หมวยขี้งกค่ะ : )
-

ลดหย่อนภาษีด้วยประกันบำนาญ ดีมั้ย
เมื่อพูดถึงประกันบำนาญ หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชินเท่าประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพถ้าจะให้อธิบายง่ายๆว่าประกันบำนาญคืออะไร ให้คิดภาพว่า คือ ประกันรูปแบบหนึ่งที่การันตีการจ่ายเงินก้อนให้กับเราไปเรื่อยๆหลังจากที่เราเกษียณอายุตามระยะเวลาที่กำหนด จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ซึ่งเงินที่เค้าเอามาจ่ายให้เราเนี่ย ก็คือเงินที่เราทยอยออมกับบริษัทไปก่อนหน้านี้นั่นหล่ะแต่จะมีผลตอบแทนส่วนเพิ่มมาให้ด้วย จุดเด่นของประกันบำนาญ ที่แตกต่างจากการฝากธนาคาร คือ เอามาลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 15%ของรายได้และไม่เกิน 200,000 บาท ที่สำคัญคือเมื่อเอาไปรวมกับ SSF, RMF,กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ ประกันบำนาญยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสร้างวินัยในการออมให้เราได้อย่างดี เพราะเราต้องส่งเบี้ยต่อเนื่อง(บังคับเก็บเงินค้าบ จะวอกแวกไป F ของนู่นนี่ก็อาจจะต้องคิดหนักนิดนึง) ส่งทุกปีจนกว่าจะถึงเวลาที่บริษัทจะจ่ายเงินคืน ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มคืนเงินตอนเราเกษียณคือช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไป อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มสนใจอยากซื้อประกันบำนาญกันบ้างแล้ว แต่อยากบอกเพิ่มเติมว่าประกันบำนาญไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะถ้านำผลตอบแทนไปเทียบกับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีตัวอื่นๆอย่างกองทุนรวมส่งเสริมการออม(SSF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) ที่ลงทุนในตราสารทุนนั้น SSF, RMFก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันบำนาญ เพราะความเสี่ยงที่สูงกว่าย่อมมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่มากขึ้นเป็นธรรมดาถูกม๊า (High Risk, High Expected Return) ดังนั้น ถ้าเราเป็นคนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ การซื้อประกันบำนาญเพื่อลดหย่อนภาษีแบบเต็มสิทธิ อาจจะไม่ตอบโจทย์เราสักเท่าไหร่เพราะทำให้เราเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว แต่สำหรับใครที่รับความเสี่ยงได้น้อยหรือเหลือระยะเวลาในการลงทุนไม่มากประกันบำนาญก็จะตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ได้ดี เพราะการันตีเงินที่ได้รับ มั่นใจว่าแก่ไปมีเงินใช้อย่างแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่สนใจประกันบำนาญเมย์อยากพาไปรู้จักกับประกันบำนาญที่ใช้ลดหย่อนภาษี 200,000…
-

ตรวจสุขภาพประจำปี กับดักของมนุษย์เงินเดือน
หนึ่งในสวัสดิการที่มนุษย์เงินเดือนหลายๆท่าน นิยมชมชอบ คือ โปรแกรมตรวจร่างกายฟรี!! ที่บริษัทจัดให้เป็นประจำทุกๆปี ยิ่งถ้าพนักงานที่มีอายุงานกับบริษัทนานหน่อย ก็จะได้ตรวจโปรแกรมพิเศษเพิ่มไปอีก ทั้งการตรวจหาระดับสารบ่งชี้มะเร็งตับ, สารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ บางที่มีอัลตร้าซาวน์ช่องท้องส่วนบนส่วนล่างด้วย(เอาให้ครบ) ฟังแบบนี้แล้วเชื่อว่าหลายๆน่าจะชอบ เพราะของฟรี ยิ่งตรวจเยอะยิ่งดีใช่มั้ยหล่า แต่จะมีใครเคยคิดอีกมุมนึงบ้างมั้ยว่าแท้ที่จริงแล้ว นี่คือกับดักของมนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ยังไม่มีประกันสุขภาพส่วนตัว (มีแค่ประกันกลุ่มของบริษัท) ที่บอกว่ามันเป็นกับดักก็เพราะ เวลาคนเราอายุมากขึ้น โอกาสเจ็บป่วยมันก็สูงขึ้นจริงมั้ย? หรือใครจะบอกว่าฉันยิ่งแก่ ยิ่งแข็งแรง วิ่งได้เร็ว ยกของได้หนักกว่า 10 ปีที่แล้วบ้าง คงไม่มี แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าการตรวจร่างกายชุดใหญ่ของเราในวันนี้ จะไม่เจอแขกผู้มาเยือนรายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นก้อนซีสที่มดลูก ก้อนไขมันที่หน้าอก หรือระดับสารบ่งชี้มะเร็งตับไตไส้พุง etc. แม้บางครั้งหมอจะบอกว่ามันไม่ได้เป็นอะไร แต่สิ่งที่ตรวจเจอนี้จะกลายเป็น “ประวัติสุขภาพ” โชว์หราในบันทึกตรวจร่างกายประจำปีของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดเราลาออกจากบริษัทนี้ อยากจะทำประกันสุขภาพของตัวเอง ถึงวันนั้นบริษัทประกันอาจไม่รับพิจารณาให้ความคุ้มครองสุขภาพกับเราเลยก็เป็นได้ เพราะประกันสุขภาพ แค่มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ แต่ต้องมีประวัติสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ดีไปประกอบการพิจารณาทำประกันด้วย แต่ถ้าโชคร้ายไปป่วยส่วนไหนมาก่อน ก็จะโดนงดเว้นความคุ้มครองส่วนนั้นและอวัยวะสืบเนื่องไปตามระเบียบ ดังนั้น ก่อนตรวจสุขภาพประจำปีครั้งต่อไป ถ้าไม่มั่นใจว่าจะไม่จ๊ะเอ๋กับโรคใหม่ๆในร่างกายทำประกันสุขภาพส่วนตัวกันก่อนเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องมาบอกว่า “รู้งี้ทำประกันไว้ก่อนดีกว่า” ด้วยความปรารถนาดีจาก แอร์หมวยขี้งก : )
-

-

ทำความรู้จักกับ UNIT-LINKED
Unit-Linked คืออะไร นาทีนี้ถ้าพูดถึง ยูนิตลิงค์(Unit-Linked) เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง แต่อาจมีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจอย่างแท้จริงว่ายูนิตลิงค์คืออะไร วันนี้แอดมีคำตอบแบบเข้าใจง่ายๆมาฝากกันค่ะ ยูนิตลิงค์ เป็นประกันชีวิตรูปแบบใหม่ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตสูงกว่าประกันชีวิตแบบดั้งเดิม มีชื่อเรียกแบบทางการๆหน่อยว่า ประกันชีวิตควบการลงทุน ซึ่งเจ้ายูนิตลิงค์นี้จะแตกต่างจากประกันชีวิตแบบเก่าในส่วนของความคุ้มครองชีวิตที่สูงกว่าและยังเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุนผ่านกองทุนรวม นั่นเอง มาทำความรู้จักกับโครงสร้างเบี้ยประกันภัยกันก่อน ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับยูนิตลิงค์กันต่อ อยากพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับภาพใหญ่ของโครงสร้างเบี้ยประกันภัยก่อนค่ะ แรกเริ่มเดิมทีผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมนั้น เวลาที่เราจ่ายเบี้ยไปแต่ละปี เบี้ยประกันจะถูกจัดสรรออกเป็น 3 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัท พวกค่าคอมมิชชั่น ค่าบริหารจัดการต่างๆ ค่าการประกันภัย เป็นเงินที่บริษัทนำไปบริหารความเสี่ยงสำหรับการจ่ายเงินคืนให้กับผู้เอาประกันในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิต (ค่าความคุ้มครองชีวิต) เงินลงทุน บริษัทเอาไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นทั้งรายได้ให้บริษัทและเป็นเงินคืนให้ผู้เอาประกัน เงินจะถูกจัดสรรไปในข้อ 2 หรือ ข้อ 3 เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับแบบประกันที่เราเลือกซื้อ (ถ้าใครอยากรู้ว่าประกันชีวิตมีแบบไหนบ้างตามไปอ่านได้ที่ ประกันชีวิต คำง่ายๆแต่ความหมายสุดลึกล้ำ) ถ้าเราให้น้ำหนักไปที่ความคุ้มครองชีวิตอย่างประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เงินจะถูกจัดสรรไปที่ค่าการประกันเยอะหน่อย สัดส่วนที่เอาไปลงทุนจึงน้อยลงเลยทำให้ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงนักเมื่อครบกำหนดสัญญา ในทางกลับกัน สำหรับประกันแบบสะสมทรัพย์ เงินจะถูกจัดสรรไปที่ส่วนของเงินลงทุนเยอะหน่อย ทำให้ทุนชีวิตที่เรามีจากประกันแบบสะสมทรัพย์นั้นไม่สูงเท่าทุนชีวิตจากประกันชีวิตแบบตลอดชีพ แต่ข้อดีคือประกันแบบสะสมทรัพย์นั้นจะมีผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดสัญญามากขึ้นแทน สาเหตุที่ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดสัญญาจากประกันชีวิตแบบต่างๆไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวอื่นๆ เพราะบริษัทประกันถูกกำหนดให้ต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับภาระผูกพันที่มีอยู่ จึงไม่สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ แต่เราไม่สามารถเปรียบเทียบแค่เรื่องของผลตอบแทนได้เพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละตัวช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน ต้องเข้าใจก่อนว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของประกันชีวิตไม่ใช่ผลตอบแทนแต่มันคือการสร้างความคุ้มครองชีวิตให้กับคนข้างหลัง…