Category: Book Review

  • สรุปเนื้อหา 6 Jars Management

    สรุปเนื้อหา 6 Jars Management

    สวัสดีค่าทุกคน เมื่อวาน(17.08.20) แอดได้มีโอกาสฟัง Live ในหัวข้อ “แก้ไขปัญหาการเงินด้วยหลักคิด 6 Jars Management” จาก aomMONEYCLINIC ซึ่งเป็นการพูดคุยกันระหว่าง พรี่หนอมTax Guru ชื่อดังเจ้าของเพจ Taxbugnoms และพี่หนึ่ง aomMONEY Guru จากเพจมาดามฟินนี่  วันนี้เลยอยากจะมาสรุปประเด็นที่น่าสนใจให้ทุกคนได้อ่านกันค่า สำหรับแนวคิดเรื่อง 6 Jars Management ถูกคิดค้นโดย T Harv Eker เจ้าของหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind (เล่มแปลไทยชื่อ ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน) โดยคอนเซ็ปต์ของการบริหารเงินด้วยแนวคิดดังกล่าว นั้นคือการแบ่งเงินไว้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ เพื่อความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต  โดยเราจะแบ่งเงินออกเป็น 6 กระปุก(6 Jars) ในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน โดยสัดส่วนนี้ เราอาจปรับเพิ่มลดได้ตามความเหมาะสมของเรา ซึ่งทั้ง 6 กระปุกนั้น ประกอบไปด้วย หนึ่ง จำเป็น (55%) เงินในกระปุกนี้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน…

  • ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 4/4

    ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 4/4

    ตีกรอบทางเลือกให้แคบลง หลังจากที่ได้ลงมือทำแบบฝึกหัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสำรวจตัวเอง, สร้างเข็มทิศ, ตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองชีวิตและการทำงาน, จดบันทึกความสุข, เขียนแผนที่ความคิดและแผนโอดีสซีย์แล้ว จะพบว่า เรามีทางเลือกที่น่าสนใจอยู่มากมาย ปัญหาที่ตามมา คือ แล้วเราจะเลือกทางเลือกไหนดี  การมีทางเลือกน้อย สามารถแก้ไขได้ด้วยการลองทำแบบฝึกหัดใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อเพิ่มทางเลือก แต่การมีทางเลือกมากเกินไป อาจทำให้เราเกิดความรู้สึกสับสันและไม่สามารถตัดสินใจเลือกได้เลย มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งของศาสตราจารย์ชีนา ไอเยนการ์ นักเศรษฐศาสตร์เชิงจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญเรื่องการตัดสินใจ  พบว่า การมีทางเลือกมากเกินไป ทำให้มนุษย์ตัดสินใจได้ยากขึ้น เค้าได้ทดลองสังเกตพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อแยมของผู้บริโภคในร้านขายของชำ และค้นพบว่า การมีรสชาติแยมให้ลูกค้าเลือกมากเกินไป จะส่งผลให้ ปริมาณการขายแยมได้ทั้งหมดนั้น ลดน้อยลง เนื่องจากสมองเมื่อเห็นตัวเลือกที่มากเกินไป ความสามารถในการเลือกจะลดลงตามไปด้วย โดยสมองจะเลือกทางเลือกที่สบายที่สุด นั่นคือ การตัดสินใจไม่ซื้อแยม  ดังนั้น อีกหนึ่งขั้นตอนที่เราควรทำในการออกแบบชีวิต คือ การตัดตัวเลือกที่น่าสนใจน้อยที่สุดออกไป เพื่อช่วยให้การตัดสินใจทำได้ง่ายขึ้น เลือกอย่างมีวิจารณญาณ  การตัดสินใจเลือกนั้น เราจะไม่ใช้แค่ทักษะด้านใดด้านหนึ่งเพื่อทำการตัดสินใจ แต่เราจะใช้ความรู้ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และสัณชาตญาณร่วมกัน ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะช่วยพัฒนาทักษะในการเข้าถึงความรู้ทางอารมณ์ สัณชาตญาณและจิตวิญญาณ คือ การจดบันทึก สวดมนต์ นั่งสมาธิหรือฝึกโยคะ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเป็นที่แพร่หลายในโลกตะวันตกแล้ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกอาชีพที่เหมาะกับตัวเราได้ในที่สุด ปล่อยวาง  อีกหนึ่งปัญหา…

  • ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 3/4

    ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 3/4

    มองหาแนวทางอาชีพที่ใช่ การออกแบบชีวิตจะทำได้ดีถ้าเรามีทางเลือก ความเชื่อที่ว่าชีวิตเรามีทางออกที่ดีกว่านี้รออยู่ เราจะต้องใช้ชีวิตในแบบที่ดีที่สุด ถือเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง มันจะทำให้เราไม่กล้าลงมือทำอะไรซักอย่าง เพราะมัวแต่รอทางเลือกที่ดีกว่า หรือดีที่สุดต่อไป ศัตรูของความคิดสร้างสรรค์ คือ การตัดสิน สมองของคนเราเป็นอวัยวะที่ขี้เกียจ มักจะชอบคิดแก้ไขปัญหาให้เสร็จเร็วที่สุด สิ่งนี้ถือเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ดังนั้น ถ้าอยากได้ไอเดียที่หลากหลายอย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ความคิดที่แปลกแหวกแนวของตัวเอง มันอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีที่สุดที่เราเลือกทำ แต่มันจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆให้เราได้มากยิ่งขึ้น แผนที่ความคิด (Mind Mapping) เป็นอีกหนึ่งแบบฝึกหัดที่ช่วยในการมองหาทางเลือกอาชีพของเรา เชื่อว่าหลายๆคน คงมีโอกาสได้ลองทำแผนที่ความคิดกันมาบ้างแล้ว อุปกรณ์สำคัญที่จะต้องใช้ คือ กระดาษแผ่นใหญ่ เน้นว่าควรเป็นแผ่นใหญ่มากๆ เพราะเนื้อที่กระดาษที่กว้างขึ้น จะช่วยขยายพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ของเราให้มากขึ้นเช่นกัน เราจะทำแผนที่ความคิดทั้งหมด 3 แบบ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 – เลือกหัวข้อ โดยใช้บันทึกความสุขที่เราได้ทำตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเกณฑ์ในการเลือกหัวข้อ ทั้ง 3 หัวข้อ ได้แก่ แผนที่ความคิดที่หนึ่ง – ความสนใจ พิจารณาดูว่ากิจกรรมที่เราได้ทำมานั้น กิจกรรมไหน ได้คะแนนความสนใจจากเราสูงที่สุด อาจจะเป็นกิจกรรมวาดรูปวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือ…

  • ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 2/4

    ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 2/4

    เริ่มต้นด้วยการสำรวจตัวเอง แบบฝึกหัดแรกก่อนที่เราจะออกเดินทางไปกับการออกแบบชีวิตนั้น เราต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังยืนอยู่ที่จุดไหนและกำลังจะแก้ปัญหาอะไร บิลและเดฟให้เราทำการสำรวจและให้คะแนนตัวเอง (จาก 0 ถึงเต็ม) พร้อมเขียนคำอธิบายสั้นๆ  ในแต่ละหัวข้อ คือ สุขภาพ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ งาน ภารกิจที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน อาจจะมีรายได้หรือไม่มีก็ได้ กิจกรรมสร้างสุข กิจกรรมที่ทำแล้วสนุก เกิดความสุขใจ ความรัก ในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน หรือว่าคู่รัก เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้แล้ว เราจะเริ่มมองเห็นว่า ชีวิตของเราด้านไหนมีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี ด้านไหนอยู่ในเกณฑ์ที่มีปัญหา ให้เราถามตัวเองว่าเราอยากจะแก้ไขปัญหาในเรื่องใด  ที่สำคัญ เราต้องพิจารณาว่า ปัญหานั้นเป็น “ปัญหาแรงโน้มถ่วง” รึเปล่า ถ้าใช่ สิ่งที่บิลและเดฟแนะนำ คือ การยอมรับมันซะ เพราะเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ถ้ามันเป็นแค่ปัญหาที่แก้ไขได้ยากในทางปฏิบัติหล่ะก็ ขอแค่ลองเริ่มลงมือทำตามขั้นตอนการออกแบบชีวิต ปัญหาที่มีจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน  สร้างเข็มทิศของตัวเอง ลองจินตนาการว่าเราเดินหลงเข้าไปในป่าโดยที่ไม่มีเข็มทิศ การพยายามหาทางออกจากป่าคงต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นาน ในทางกลับกัน ถ้าเรามีเข็มทิศ การหาทางออกจะทำได้เร็วขึ้น ชีวิตก็เช่นกัน การมีเข็มทิศนั้น จะช่วยชี้บอกทิศทางที่ถูกต้อง ทำให้เราเดินทางไปถึงเป้าหมายที่แท้จริงได้โดยเสียเวลาลองผิดลองถูกน้อยที่สุด  ตั้งคำถาม หนึ่งในวิธีการคิดอย่างนักออกแบบคือ การเรียนรู้ที่จะตั้งคำถามเพื่อปรับมุมมอง บิลและเดฟได้ให้แบบฝึกหัดในการสร้างเข็มทิศของตัวเอง โดยให้เราตั้งคำถามแล้วเขียนบรรยายคำตอบ…

  • ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 1/4

    ค้นหางานที่ใช่!! ไปกับหนังสือ Designing Your Life ตอนที่ 1/4

    บทความนี้จะสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากหนังสือ Designing Your Life ที่ส่วนตัวคิดว่าลองทำตามได้ง่าย ได้ผลจริง โดยสรุปเนื้อหามาทั้งหมด 4 ตอน สำหรับใครอยากอ่านเนื้อหาแบบเต็มๆ ลองไปหาซื้อหนังสือได้ ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ภาษาอ่านง่าย เนื้อหาน่าติดตาม สนนราคาอยู่ที่เล่มละ 295 บาทเท่านั้น หรือถ้าใครขี้เกียจอ่านเล่มเต็ม ติดตามอ่านกับเราในโพสนี้ได้เลยค่าาา คำถามที่ไม่มีคำตอบ คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร งานที่เราทำอยู่นั้น แท้จริงแล้วใช่สิ่งที่เราชอบรึเปล่า เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน งานที่เราชอบเป็นยังไงกันแน่ เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่ไม่สามารถหาคำตอบให้คำถามเหล่านี้ได้เช่นกัน หลายครั้งรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ Spark joy ให้กับเราสักเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามันสร้างรายได้ที่ดีให้เราเท่านั้นเอง แต่ลึกๆแล้วยังมีคำถามที่ติดอยู่ในใจเสมอ นั่นคือ เรามีความสุขกับงานที่ทำอยู่หรือเปล่า  บางคนอาจติดกับดักอยู่กับงานปัจจุบัน เพราะเค้าเหล่านั้นเลือกเส้นทางเดิน ตามการตัดสินใจของเด็กวัย 17 ปี เมื่อหลายสิบปีก่อนที่ยังอ่อนประสบการณ์ และไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองชอบอะไรกันแน่ เราจะปล่อยให้ตัวเราในวัยเด็กเป็นคนกำหนดทิศทางชีวิตทั้งชีวิตของเราจริงๆหรอ หนังสือเล่มนี้จึงชวนให้เรามาลองทบทวนตัวเอง ค้นหาความชอบหรือความสนใจที่แฝงอยู่ในตัวเราเพื่อออกแบบชีวิตในฝันให้เป็นจริง Designing Your Life คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยคุณ เมย์ ศรีพัฒนากุล…

  • สรุป The subtle art of not  giving a F*ck

    สรุป The subtle art of not giving a F*ck

    Introduction The subtle art of not giving a F*ck เป็นหนังสือที่เจอคนอ่านบนไฟล์ทเยอะมากกกกกกกกก ตั้งแต่ผู้โดยสารอีวายยันผู้โดยสารบีซี (อะไรจะฮอตขนาดนั้น) ไม่คิดว่าตัวเองจะอ่านจบ (เพราะเนื้อหามันเยอะกว่าทุกเล่มที่ผ่านมา) แต่สุดท้ายก็อ่านจบจนได้ วันนี้เลยหยิบเอาสรุปที่เคยเขียนไว้ มาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือ การให้แง่มุมชีวิตที่แตกต่างจากหนังสือ How to ทั่วไปที่สอนให้ใช้ชีวิตด้วยการคิดบวกและพยายามรักษาความรู้สึกดีๆ ให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา หนังสือหลายเล่มสอนให้เราคอยบอกตัวเองว่า เราเป็นคนเก่ง เราเป็นคนสวย เราต้องทำได้(คุ้นๆมั้ย) Mark บอกว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่เราพยายามสะกดจิตตัวเอง ให้เชื่อว่าเราเป็นแบบนั้น คือสิ่งที่เรา ”กำลังขาด” อยู่นั่นเอง การที่เราส่องกระจกตอนเช้าแล้วบอกตัวเองว่า เราสวย นั่นแสดงว่าลึกๆ เรารู้สึกว่าเราไม่สวย คนที่เค้าสวย เค้าไม่มานั่งบอกตัวเองหรอกว่าเค้าสวย เพราะเค้ารู้ว่าเค้าเป็นคนหน้าตาดีไง อยากมีความสุขต้องรู้จัก “ช่างแม่ง” หลายๆ คนคงเคยรู้สึกประหม่าเวลาที่ต้องออกไปพรีเซ้นงานหน้าห้องประชุม พอรู้ตัวว่า กำลังรู้สึกแบบนั้น ก็รู้สึกกระวนกระวายใจที่ ตัวเองกำลังรู้สึกประหม่า ความกระวนกระวายใจดังกล่าว ยิ่งทำให้รู้สึกประหม่าหนักขึ้นไปอีก วนทับซ้อนไปเรื่อยๆ Mark เรียกสิ่งนี้ว่าเป็น…