Category: Financial
-

คนละครึ่ง VS ยิ่งใช้ยิ่งได้ เลือกอันไหนคุ้มกว่ากัน
สำหรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมาล่าสุดอย่าง คนละครึ่งเฟส 3 และ ยิ่งใช้ยิ่งได้ นั้น หลายคนอาจมีคำถามว่า จะเลือกใช้สิทธิไหนดีถึงจะคุ้มกว่ากัน วันนี้เมย์มีคำตอบมาให้ค่ะ มาเริ่มกันที่โครงการคนละครึ่งเฟส 3 กันก่อน หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับโครงการนี้เป็นอย่างดี โดยในครั้งนี้รัฐจะโอนเงินเข้าแอปเป๋าตังให้ทั้งหมด 3,000 บาท แบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบละ 1,500 บาท รอบแรก ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 ถึง 30 ก.ย.64 และรอบที่สอง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 ถึง 31 ธ.ค. 64 สิทธิการใช้ก็ตามชื่อเลย “คนละครึ่ง” คือ เราจ่าย 150 บาท รัฐออกให้ 150 บาทต่อวัน โดยจะต้องใช้จ่ายเงินผ่านแอปเป๋าตัง กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและมีแอปถุงเงินรองรับ ส่วน ยิ่งใช้ยิ่งได้ นั้น จะเป็นการคืน E-Voucher…
-

อยากเก็บหนึ่งล้านแรก เริ่มยังไงดี
ตอนเรายังเป็นเด็ก มักจะถูกสอนให้รู้จักการเก็บออมด้วยการเอาเงินที่เหลือจากค่าขนมในแต่ละวันมาหยอดกระปุก อาจจะวันละ 10 บาท หรือ 20 บาท พอครบปีก็จะทุบกระปุกออกมาดูว่าเงินที่เราเก็บได้นั้นมีอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่ แต่การเก็บเงินแบบนี้ มีข้อเสียอยู่นิดนึง ตรงที่ว่าเงินที่เราเอามาหยอดใส่กระปุกในแต่ละวันนั้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่แน่นอน วันไหนเผลอใช้เงินเยอะ ก็จะเหลือเก็บน้อย วันไหนใช้เงินน้อย ก็จะเหลือเก็บเยอะ มากไปกว่านั้น การหยอดเงินในกระปุก เงินมันถูกนอนแช่อยู่เฉยๆ ไม่งอกเงยไปจากเดิม เงินมีอยู่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ กว่าจะรู้ยอดจริงๆก็นู่น วันทุบกระปุกเลย ซ้ำร้ายเงินที่ได้อาจจะไม่ถึงตามเป้าหมายที่เราตั้งใจอยากจะมี แล้วถ้าอยากเก็บให้ได้เงินล้าน ทำไงดี เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน คือเงิน 1 ล้านบาท เราคงไม่เลือกใช้วิธีการเก็บเงินแบบตอนเด็กๆแล้วหล่ะ เพราะมันไม่เป็นระบบและเงินไม่โต แต่สิ่งที่เราจะทำนั้น คือ การสร้างวินัยในการออมเงินด้วยการกำหนดจำนวนเงินที่เราจะออมแบบแน่นอนในทุกๆเดือน และเปลี่ยนที่วางเงินจากการนอนแช่ในกระปุกหมู เป็นที่ๆให้ผลตอบแทนตามระดับความเสี่ยงที่เรารับไหว อย่างตัวอย่างนี้ เมย์ลองกำหนดสัดส่วนที่ตั้งใจจะออมอยู่ที่ 20% ของเงินเดือน ถ้าวันนี้เรามีเงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน 20% ของ 15,000 คือ 3,000 บาทต่อเดือน จากนั้น นำเงินก้อนนี้ฝากประจำกับธนาคารที่ให้ผลตอบแทน 2% ต่อปี การทำงานของเจ้าดอกเบี้ยทบต้นจะช่วยให้เรามีเงิน 1,000,000 บาทก้อนแรกภายใน…
-

ประกันสุขภาพสำคัญมั้ย
ถ้ามีประกันสุขภาพแจกฟรี เอารึเปล่า คนส่วนใหญ่น่าตอบว่าเอาอยู่แล้วหล่ะ แหม่ ของฟรีใครๆก็ชอบทั้งนั้น แล้วถ้าลองเปลี่ยนคำถามใหม่เป็น ถ้ามีโต๊ะไม้สักพร้อมเก้าอี้อย่างดีครบชุดแจกฟรี เอามั้ย?? สำหรับคำถามนี้ หลายคนน่าจะเริ่มคิดเยอะขึ้น จะเอาหรือไม่เอาดี เมย์คนนึงหล่ะที่ไม่เอา เพราะส่วนตัวคิดว่าคงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร รู้สึกเกะกะบ้านด้วยซ้ำ ทีนี้ จะเริ่มเห็นแล้วว่า ของบางอย่าง ต่อให้แจกฟรี ถ้ามันไม่มีประโยชน์กับเรา ก็คงไม่อยากได้ แต่สำหรับประกันสุขภาพนั้น เชื่อว่าทุกคนคิดเหมือนกันว่ามัน มีประโยชน์ วันใดวันหนึ่งต้องได้ใช้แน่ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะเลือกรับแบบไม่ลังเล แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น มันไม่มีประกันสุขภาพมาแจกฟรีหน่ะสิ แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ซื้อประกันสุขภาพ ทั้งๆที่รู้ว่ามันมีประโยชน์? เมย์มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่ยังไม่ซื้อประกันสุขภาพ เค้ามีความคิดว่า การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพปีละสองสามหมื่น เกิดปีนั้นไม่ป่วยเลยมันไม่คุ้ม แต่ลองมาคิดดูดีๆว่า ถ้าความคุ้มค่าของซื้อประกันสุขภาพ คือการได้เบิกค่ารักษาหนักๆในโรงพยาบาล เช่น ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ โรคมะเร็ง หรือเส้นเลือดในสมองแตก เรายังอยากคุ้มกับมันจริงๆหรอ ส่วนตัวเมย์ยอมไม่คุ้มดีกว่าค่ะ 55555 เพราะประกันสุขภาพมีแล้วไม่ใช้ดีกว่าจะใช้แล้วมันไม่มี (เรื่องนี้ยอมมมมมมม) แล้วมันจำเป็นต้องมีขนาดนั้นเลยหรอ ประกันสุขภาพเนี่ย? ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆกันทางเลือกแรก ฉันจะไม่ซื้อประกันสุขภาพทางเลือกนี้จะขอใช้วิธีการเก็บเงินเตรียมไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเองปีละ 20,000 บาท(เท่าค่าเบี้ย) ผ่านไป 10 ปี…
-

สร้างกระแสเงินสดที่แน่นอนหลังเกษียณด้วยประกันบำนาญ
เก็บเงินในวันนี้ เพื่อให้มีเงินใช้ทุกๆปี(หลังเกษียณ)ในวันหน้า คือ รูปแบบการทำงานของเครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า “ประกันบำนาญ” คนส่วนใหญ่เวลาเงินเดือนออกมักจะพบกับ เรื่องบังเอิญ อยู่เสมอ บังเอิญ Iphone รุ่นใหม่ออก บังเอิญโรงแรมจัดโปรโมชั่นลดราคา บังเอิญว่าแฟนอยากกินโอมากาเซะ (นั่น!!) สิ่งเหล่านี้ทำให้เงินของพวกเขาถูกดึงออกจากกระเป๋าไปโดยไม่รู้ตัว เปิดแอปดูเงินในบัญชีอีกที เงินที่มีก็เหลือไม่พอสำหรับการเก็บออม อันที่จริง ถ้าลองมาคิดดูดีๆ จะพบว่าเงินออมของเราในวันนี้ มันคือเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายของเราในอนาคต การเก็บเงินก็เหมือนกันการหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงไปในดิน เพื่อรอที่จะเก็บกินในวันข้างหน้า แต่ถ้าเราไม่เริ่มปลูกตั้งแต่เนิ่นๆหรือไม่เริ่มเลย ผลผลิตก็อาจจะโตไม่ทันในวันที่เราต้องการ หรือโชคร้ายไปกว่านั้นอาจจะมีแค่ผืนดินแห้งๆไม่มีดอกผลใดๆก็เป็นได้ แล้วประกันบำนาญมันคืออะไรหล่ะ คิดภาพตามง่ายๆ การเก็บเงินกับประกันบำนาญนั้น เหมือนกับการที่เราแบ่งเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการทำงาน เอามาหยอดเงินใส่กระปุกหมูทุกๆปี ปีละเท่าๆกัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ เราไม่สามารถทุบเจ้ากระปุกหมูเพื่อเอาเงินออกมาใช้ได้จนกว่าเราจะเกษียณ เมื่อถึงปีที่เราเกษียณ เจ้ากระปุกหมูจะทำหน้าที่เบ่งเงินออกมาให้เราใช้ทุกปี ในจำนวนที่เท่าๆกัน จบสิ้นปีใช้เงินก้อนนี้จนหมด ปีต่อไปก็จะมีเงินก้อนใหม่ออกมาให้เราใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบกำหนดอายุกรมธรรม์(ส่วนใหญ่ครบตอนอายุ 85 ปีขึ้นไป) แต่ถ้าเกิดโชคร้ายเสียชีวิตไปก่อน เงินที่เหลือก็จะถูกส่งต่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานแทน ความเสี่ยงต่ำได้เงินคืนในจำนวนที่แน่นอน เป็นที่รู้กันว่าการเก็บเงินด้วยประกันบำนาญนั้น ความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่น่าแปลกใจว่าผลตอบแทนที่ได้รับก็จะน้อยตามไปด้วย อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเกิดคำถามว่า เอาเงินไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมไม่ดีกว่าหรอ ซึ่งการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงนั้นผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับย่อมสูงกว่าอย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่า High Risk…
-

หาค่า IRR ของประกันเงินออมง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เคยมั้ย อยากซื้อประกันเงินออมแต่ไม่รู้ว่าซื้อกับเจ้าไหนดี ผลตอบแทนแต่ละบริษัทก็ดูเหมือนๆกันไปหมด แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไหนให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน วันนี้แอดมีวิธีหาคำตอบแบบง่ายๆมาฝากกันค่า ถ้าเราอยากจะหาผลตอบแทนจากประกันเงินออมแต่ละเจ้านั้น หนึ่งในเครื่องมือที่นิยมใช้กันนั่นก็คือ IRR หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆว่า Internal Rate of Return นั่นเอง แล้ว IRR คืออะไร ความหมายของ IRR นั้น คือ อัตราคิดลดที่ทำให้ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value, NPV) มีค่าเท่ากับ ศูนย์ เริ่มงงแล้วใช่มั้ยคะ นี่พูดเองก็งงเองเหมือนกันนนน ยังๆๆๆ 5555 พูดกันง่ายๆ IRR คือ อัตราผลตอบแทนที่เราได้รับจากการลงทุนใดๆ นั่นหล่ะ (ฟังดูง่ายขึ้นหน่อย) ปกติแล้ว การหาค่า NPV นั้น จะใช้ต้นทุนทางการเงิน(ดอกเบี้ยเงินกู้)มาเป็นอัตราคิดลดในการแปลงกระแสเงินสดสุทธิ(Net)ในอนาคต ให้กลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน (ถ้าใครงงตรงนี้ ลองกลับไปอ่านบทความก่อนหน้าเรื่องหาค่า NPV ง่ายๆด้วยตัวเอง จะเข้าใจมากขึ้นค่ะ) แต่การหาค่า IRR นั้นจะเป็นการคิดย้อนกลับว่า อัตราคิดลดเท่ากับเท่าไหร่…
-

หาค่า NPV ง่ายๆด้วยตัวเอง
NPV คืออะไร Net Present Value (NPV) หรือ มูลค่า-ปัจจุบัน-สุทธิ (แปลตรงตัวไปมั้ย 5555) พูดแบบภาษาเข้าใจง่ายๆหน่อย มันคือ ผลตอบแทนแบบสุทธิ(Net) ที่เราคิดว่าจะได้รับจากการลงทุนในโครงการอะไรสักอย่าง โดยทั่วไป เวลาที่เราอยากรู้ว่าธุรกิจได้กำไรหรือขาดทุนนั้น สามารถคิดแบบง่ายๆ ด้วยการเอา รายได้ ลบ ต้นทุน ออกมาเป็น กำไร/ขาดทุน การหาค่า NPV ก็ใช้หลักการคล้ายๆกัน เพียงแต่มันมีเรื่องของมูลค่าของเงินตามเวลา(Time Value Of Money) เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากมูลค่าของเงินในวันนี้ กับเงินในอนาคตมันไม่เท่ากัน ตัวอย่างที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ คือ ถ้าให้เลือกระหว่าง รับเงิน 1,000 บาทในวันนี้ กับ รับเงิน 1,000 บาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะเลือกรับเงินตอนไหน คนส่วนใหญ่ยังไงก็เลือกรับเงินในวันนี้อยู่แล้ว เพราะเมื่อได้รับเงิน 1,000 บาทมา เราก็จะพยายามหาหนทางทำให้เงินมันโต(ให้เงินทำงาน ว่าซั่นนนน) ง่ายที่สุดคือเอาไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย ผ่านไป…