Category: insurance
-

เป็นเบาหวานทำประกันสุขภาพได้มั้ย
ขึ้นชื่อว่าความเจ็บป่วยไม่ว่าจะด้วยโรคอะไรก็ตาม คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง บางโรคถ้าโชคดีสามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ถ้าโชคร้ายเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง สิ่งที่ทำได้อาจเพียงแค่การรักษาตามอาการ เท่านั้นและหนึ่งในโรคยอดฮิตของคนไทยที่เข้าข่ายโรคเรื้อรังดังกล่าว คือ โรคเบาหวาน นั่นเอง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคเบาหวานกันซักหน่อย โรคเบาหวาน คือ โรคที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องการทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมนที่มีชื่อว่าอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีน้ำตาลเหลืออยู่ในกระแสเลือดมากกว่าปกติ หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้อวัยวะเสื่อม ทำงานล้มเหลวหรือเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ แล้วถ้าเราเป็นเบาหวาน เราจะยังทำประกันสุขภาพได้อยู่มั้ย เบื้องต้นต้องเข้าใจหลักเกณฑ์ในการรับประกันก่อนว่า บริษัทประกันจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน(Pre-existing Condition) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเราป่วยด้วยโรคอะไรก็ตามบริษัทจะไม่รับประกันเลย หากโรคที่เราเป็นอยู่นั้นไม่จัดเป็นโรคร้ายแรงเรื้อรัง เราสามารถลองยื่นขอทำประกันสุขภาพได้ ซึ่งบริษัทจะเสนอเงื่อนไขมาให้ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ รับประกัน แต่ งดเว้นความคุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนและโรคที่มีความเกี่ยวเนื่อง เพิ่มเบี้ยประกัน เนื่องจากเรามีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากกว่าคนปกติ ข้อ 1 และ ข้อ 2 รวมกัน ไม่รับประกันเลย แต่สำหรับโรคเบาหวานนั้น ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ในภายหลัง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะเบาหวานลงไต ดังนั้น บริษัทประกันส่วนใหญ่จึงไม่รับทำประกันสุขภาพให้กับผู้ป่วยเบาหวานค่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพิจารณารับประกันของแต่ละบริษัทด้วย ถ้ามีตัวแทนประกันที่รู้ใจสามารถให้ลองช่วยยื่นคำร้องขอทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันดูได้ค่ะ เราอาจจะโชคดีได้รับความคุ้มครองแบบมีเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ อ่านมีถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำประกันสุขภาพ คือ…
-

คู่รักไม่ได้จดทะเบียนสมรสทำประกันชีวิตให้กันได้มั้ย
รูปแบบการใช้ชีวิตคู่ในสังคมปัจจุบัน มีความหลากหลายมากขึ้น หลายคู่สร้างครอบครัวร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือบางคู่อาจเป็นคู่รักเพศเดียวกันก็มีมากมาย เมื่อใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเป็นระยะเวลานาน หลายคู่เริ่มอยากสร้างความมั่นคงให้กับคู่ของตนด้วยการทำทุนประกันชีวิตให้แก่กัน เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นคงไม่มีใครอยากทิ้งคู่ของตนให้ลำบากอยู่เพียงลำพัง จึงเป็นที่มาของหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ว่า “คู่รักไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน สามารถทำประกันชีวิตแล้วยกผลประโยชน์ให้กันได้หรือไม่” ถ้าลองมาดูตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประกันชีวิต อย่างประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 862 นั้น พบว่า กฎหมายไม่ได้บังคับว่าผู้รับประโยชน์จะต้องเป็นบุคคลซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับผู้เอาประกันภัย จึงเป็นสิทธิของผู้เอาประกันภัยว่าจะระบุให้บุคคลใดเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตก็ได้ นั่นหมายความว่า เราจะยกผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับใครก็ได้ แต่ช้าก่อน ในทางปฏิบัตินั้น หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่บริษัทผู้รับประกันภัยจะรับพิจารณา คือ ผู้รับประโยชน์ต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เอาประกันภัยเสมอ หลายคนอาจจะคิดว่า ส่วนได้เสียกัน อื่มมม แบบนี้เข้าเงื่อนไขแล้วสิ ยั๊งง คนละได้เสียค่ะ 555555 คำว่าผู้มีส่วนได้เสียในที่นี้ หมายถึง คนที่ได้รับประโยชน์จากการมีชีวิตอยู่ของผู้เอาประกันภัย และเสียประโยชน์จากการจากไปของผู้เอาประกันภัยเช่นกัน ยกตัวอย่าง เช่น ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ในช่วงเวลาที่ลูกยังเด็กนั้น ยังคงต้องพึ่งพาการดูแลทางด้านการเงินจากพ่อแม่อยู่ ถ้าพ่อแม่จากไปในขณะที่ลูกยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ลูกย่อมมีส่วนได้เสียในการจากไปครั้งนี้อย่างแน่นอน ดังนั้น พ่อแม่สามารถทำประกันชีวิตแล้วยกผลประโยชน์เป็นทุนประกันชีวิตให้กับลูกได้ หรือจะเป็นความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาก็ใช้หลักคิดแบบเดียวกัน เหตุผลที่บริษัทประกันกำหนดเงื่อนไขข้อนี้ขึ้นมา ก็เพื่อปกป้องผู้เอาประกันภัย เพราะถ้าเราสามารถยกผลประโยชน์จากการเสียชีวิตของเราให้ใครก็ได้นั้น อาจมีมิจฉาชีพบางกลุ่มใช้ช่องว่างตรงนี้หลอกให้คนทำประกันชีวิตแล้วยกผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง หลังจากนั้นก็ทำร้ายบุคคลดังกล่าวให้ถึงแก่ความตายเพื่อรับเงินเอาประกันก็เป็นได้ การกำหนดว่าผู้รับผลประโยชน์ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียจึงช่วยตัดปัญหาการทำประกันชีวิตเพื่อหวังฆาตกรรมเอาเงินประกันชีวิต เพราะคงไม่มีใครอยากให้คนที่มีส่วนได้เสียในชีวิตจากไปเพียงเพื่อหวังจะเอาเงินประกันถูกมั้ยคะ สำหรับการพิจาณาผู้มีส่วนได้เสียของแต่ละบริษัทประกันนั้น ขึ้นอยู่กับนโนบายของแต่ละบริษัทอีกเช่นกัน แต่ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา…
-

การรักษาโควิดแบบ Home Isolation ประกันจ่ายมั้ย??
หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้ในช่วงนี้ คือ “ถ้าติดโควิดแล้วรักษาตัวแบบ Home Isolation ประกันจ่ายมั้ย?” คำตอบ คือ จ่ายค่ะ เย้!! โดยบริษัทประกันจะจ่ายให้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคโควิด-19 แต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ สำหรับวงเงินค่ารักษาพยาบาลนั้นจะอยู่ภายในวงเงินความคุ้มครองที่เราเลือกซื้อไว้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก(ไม่นอนโรงพยาบาล) ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน(นอนโรงพยาบาล) และ คุ้มครองเงินชดเชยรายวัน(สูงสุด14วัน) ยกตัวอย่างง่ายๆ แอดเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมาก จึงเลือกทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายวงเงิน 3 ล้านบาท พร้อมทั้งซื้อความคุ้มครองเงินชดเชยรายได้ด้วย เพราะถ้าวันไหนแอดไม่ทำงานวันนั้นก็จะไม่มีรายได้ เลยซื้อเงินชดเชยไว้คืนละ 1,000 บาท สามเดือนต่อมา เกิดโชคร้ายเกิดติดโควิด-19 (ทั้งๆที่ไม่ได้ไปไหน อยู่แต่บ้าน _”_ ) ยิ่งไปกว่านั้นโรงพยาบาลไม่มีเตียงให้อีก! แต่โชคยังพอเข้าข้างแอดอยู่บ้างตรงที่อาการไม่ได้รุนแรงมากนัก หมอจึงวินิจฉัยให้รักษาแบบ Home Isolation กรณีแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ได้แอดมิทที่โรงพยาบาลแต่แอดก็จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโควิด-19 ภายในวงเงิน 3 ล้านบาทที่ซื้อไว้ รวมถึงยังได้รับเงินชดเชยรายได้อีก วันละ 1,000 บาทอีกด้วย(สูงสุด 14 วัน คิดเป็นมูลค่า 14,000…
-

ประกันสุขภาพสำคัญมั้ย
ถ้ามีประกันสุขภาพแจกฟรี เอารึเปล่า คนส่วนใหญ่น่าตอบว่าเอาอยู่แล้วหล่ะ แหม่ ของฟรีใครๆก็ชอบทั้งนั้น แล้วถ้าลองเปลี่ยนคำถามใหม่เป็น ถ้ามีโต๊ะไม้สักพร้อมเก้าอี้อย่างดีครบชุดแจกฟรี เอามั้ย?? สำหรับคำถามนี้ หลายคนน่าจะเริ่มคิดเยอะขึ้น จะเอาหรือไม่เอาดี เมย์คนนึงหล่ะที่ไม่เอา เพราะส่วนตัวคิดว่าคงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร รู้สึกเกะกะบ้านด้วยซ้ำ ทีนี้ จะเริ่มเห็นแล้วว่า ของบางอย่าง ต่อให้แจกฟรี ถ้ามันไม่มีประโยชน์กับเรา ก็คงไม่อยากได้ แต่สำหรับประกันสุขภาพนั้น เชื่อว่าทุกคนคิดเหมือนกันว่ามัน มีประโยชน์ วันใดวันหนึ่งต้องได้ใช้แน่ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะเลือกรับแบบไม่ลังเล แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น มันไม่มีประกันสุขภาพมาแจกฟรีหน่ะสิ แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ซื้อประกันสุขภาพ ทั้งๆที่รู้ว่ามันมีประโยชน์? เมย์มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่ยังไม่ซื้อประกันสุขภาพ เค้ามีความคิดว่า การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพปีละสองสามหมื่น เกิดปีนั้นไม่ป่วยเลยมันไม่คุ้ม แต่ลองมาคิดดูดีๆว่า ถ้าความคุ้มค่าของซื้อประกันสุขภาพ คือการได้เบิกค่ารักษาหนักๆในโรงพยาบาล เช่น ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ โรคมะเร็ง หรือเส้นเลือดในสมองแตก เรายังอยากคุ้มกับมันจริงๆหรอ ส่วนตัวเมย์ยอมไม่คุ้มดีกว่าค่ะ 55555 เพราะประกันสุขภาพมีแล้วไม่ใช้ดีกว่าจะใช้แล้วมันไม่มี (เรื่องนี้ยอมมมมมมม) แล้วมันจำเป็นต้องมีขนาดนั้นเลยหรอ ประกันสุขภาพเนี่ย? ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆกันทางเลือกแรก ฉันจะไม่ซื้อประกันสุขภาพทางเลือกนี้จะขอใช้วิธีการเก็บเงินเตรียมไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเองปีละ 20,000 บาท(เท่าค่าเบี้ย) ผ่านไป 10 ปี…
-

ประกันสุขภาพที่ให้ค่าคลอดลูกหลักแสน มีจริงหรอ?
ช่วงนี้เพื่อนๆรอบตัว เริ่มเดินทางมาสู่วัยที่อยากจะเพิ่มสมาชิกในครอบครัวกันมากมาย ล่าสุดมีรุ่นน้อง direct มาปรึกษาว่า “พี่เมย์มันมีมั้ยนะ ประกันสุขภาพที่จ่ายเงินค่าฝากท้อง ค่าคลอดลูกให้เราด้วย” คำตอบ คือ “มีค่ะ” ตอนนี้ มีหลายบริษัท ที่ออกแผนประกันแนวนี้มาให้เราเลือกซื้อ แต่วันนี้จะขอพูดถึงรายละเอียดแผนประกันของบริษัทที่แอดร่วมงานอยู่ด้วย นั่นก็คือ อลิอันซ์ อยุธยา นั่นเองงงงง ซึ่งเจ้าประกันตัวที่ว่านี้ มีชื่อเรียกเก๋ๆว่า “ประกันสุขภาพ My First Class Health Care @BDMS” โดยมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุดถึง 100 ล้านบาทต่อปี!! สามารถใช้รักษาได้ทุกโรคตั้งแต่ เล็บขบ เป็นหวัด เจ็บคอ ท้องเสีย ไปจนถึงการรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง หัวใจ หรือเส้นเลือดในสมองแตก และที่สำคัญประกันตัวนี้ยังคุ้มครองค่าฝากท้อง ค่าคลอดลูกให้สูงสุดถึง 400,000 บาทเลยค่าาาา หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่า เฮ้ย มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ แค่ซื้อประกันสุขภาพ ก็ได้ความคุ้มครองค่าคลอดลูกเป็นแสนๆละ งิใครรู้ตัวว่าท้องปุ๊บ ไปซื้อประกันปั๊บ ก็ได้วงเงินคลอดลูกไปใช้ได้สบายๆเลยหน่ะสิ คำตอบ คือ มันไม่ง่ายขนาดนั้นค่าาา มีเงื่อนไขนิดนึงตรงที่ว่า…
-

สร้างกระแสเงินสดที่แน่นอนหลังเกษียณด้วยประกันบำนาญ
เก็บเงินในวันนี้ เพื่อให้มีเงินใช้ทุกๆปี(หลังเกษียณ)ในวันหน้า คือ รูปแบบการทำงานของเครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า “ประกันบำนาญ” คนส่วนใหญ่เวลาเงินเดือนออกมักจะพบกับ เรื่องบังเอิญ อยู่เสมอ บังเอิญ Iphone รุ่นใหม่ออก บังเอิญโรงแรมจัดโปรโมชั่นลดราคา บังเอิญว่าแฟนอยากกินโอมากาเซะ (นั่น!!) สิ่งเหล่านี้ทำให้เงินของพวกเขาถูกดึงออกจากกระเป๋าไปโดยไม่รู้ตัว เปิดแอปดูเงินในบัญชีอีกที เงินที่มีก็เหลือไม่พอสำหรับการเก็บออม อันที่จริง ถ้าลองมาคิดดูดีๆ จะพบว่าเงินออมของเราในวันนี้ มันคือเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายของเราในอนาคต การเก็บเงินก็เหมือนกันการหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงไปในดิน เพื่อรอที่จะเก็บกินในวันข้างหน้า แต่ถ้าเราไม่เริ่มปลูกตั้งแต่เนิ่นๆหรือไม่เริ่มเลย ผลผลิตก็อาจจะโตไม่ทันในวันที่เราต้องการ หรือโชคร้ายไปกว่านั้นอาจจะมีแค่ผืนดินแห้งๆไม่มีดอกผลใดๆก็เป็นได้ แล้วประกันบำนาญมันคืออะไรหล่ะ คิดภาพตามง่ายๆ การเก็บเงินกับประกันบำนาญนั้น เหมือนกับการที่เราแบ่งเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการทำงาน เอามาหยอดเงินใส่กระปุกหมูทุกๆปี ปีละเท่าๆกัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ เราไม่สามารถทุบเจ้ากระปุกหมูเพื่อเอาเงินออกมาใช้ได้จนกว่าเราจะเกษียณ เมื่อถึงปีที่เราเกษียณ เจ้ากระปุกหมูจะทำหน้าที่เบ่งเงินออกมาให้เราใช้ทุกปี ในจำนวนที่เท่าๆกัน จบสิ้นปีใช้เงินก้อนนี้จนหมด ปีต่อไปก็จะมีเงินก้อนใหม่ออกมาให้เราใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบกำหนดอายุกรมธรรม์(ส่วนใหญ่ครบตอนอายุ 85 ปีขึ้นไป) แต่ถ้าเกิดโชคร้ายเสียชีวิตไปก่อน เงินที่เหลือก็จะถูกส่งต่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานแทน ความเสี่ยงต่ำได้เงินคืนในจำนวนที่แน่นอน เป็นที่รู้กันว่าการเก็บเงินด้วยประกันบำนาญนั้น ความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่น่าแปลกใจว่าผลตอบแทนที่ได้รับก็จะน้อยตามไปด้วย อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเกิดคำถามว่า เอาเงินไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมไม่ดีกว่าหรอ ซึ่งการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงนั้นผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับย่อมสูงกว่าอย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่า High Risk…
-

หาค่า IRR ของประกันเงินออมง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เคยมั้ย อยากซื้อประกันเงินออมแต่ไม่รู้ว่าซื้อกับเจ้าไหนดี ผลตอบแทนแต่ละบริษัทก็ดูเหมือนๆกันไปหมด แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไหนให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน วันนี้แอดมีวิธีหาคำตอบแบบง่ายๆมาฝากกันค่า ถ้าเราอยากจะหาผลตอบแทนจากประกันเงินออมแต่ละเจ้านั้น หนึ่งในเครื่องมือที่นิยมใช้กันนั่นก็คือ IRR หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆว่า Internal Rate of Return นั่นเอง แล้ว IRR คืออะไร ความหมายของ IRR นั้น คือ อัตราคิดลดที่ทำให้ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value, NPV) มีค่าเท่ากับ ศูนย์ เริ่มงงแล้วใช่มั้ยคะ นี่พูดเองก็งงเองเหมือนกันนนน ยังๆๆๆ 5555 พูดกันง่ายๆ IRR คือ อัตราผลตอบแทนที่เราได้รับจากการลงทุนใดๆ นั่นหล่ะ (ฟังดูง่ายขึ้นหน่อย) ปกติแล้ว การหาค่า NPV นั้น จะใช้ต้นทุนทางการเงิน(ดอกเบี้ยเงินกู้)มาเป็นอัตราคิดลดในการแปลงกระแสเงินสดสุทธิ(Net)ในอนาคต ให้กลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน (ถ้าใครงงตรงนี้ ลองกลับไปอ่านบทความก่อนหน้าเรื่องหาค่า NPV ง่ายๆด้วยตัวเอง จะเข้าใจมากขึ้นค่ะ) แต่การหาค่า IRR นั้นจะเป็นการคิดย้อนกลับว่า อัตราคิดลดเท่ากับเท่าไหร่…
-

สรุปเนื้อหา 6 Jars Management
สวัสดีค่าทุกคน เมื่อวาน(17.08.20) แอดได้มีโอกาสฟัง Live ในหัวข้อ “แก้ไขปัญหาการเงินด้วยหลักคิด 6 Jars Management” จาก aomMONEYCLINIC ซึ่งเป็นการพูดคุยกันระหว่าง พรี่หนอมTax Guru ชื่อดังเจ้าของเพจ Taxbugnoms และพี่หนึ่ง aomMONEY Guru จากเพจมาดามฟินนี่ วันนี้เลยอยากจะมาสรุปประเด็นที่น่าสนใจให้ทุกคนได้อ่านกันค่า สำหรับแนวคิดเรื่อง 6 Jars Management ถูกคิดค้นโดย T Harv Eker เจ้าของหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind (เล่มแปลไทยชื่อ ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน) โดยคอนเซ็ปต์ของการบริหารเงินด้วยแนวคิดดังกล่าว นั้นคือการแบ่งเงินไว้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ เพื่อความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเราจะแบ่งเงินออกเป็น 6 กระปุก(6 Jars) ในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน โดยสัดส่วนนี้ เราอาจปรับเพิ่มลดได้ตามความเหมาะสมของเรา ซึ่งทั้ง 6 กระปุกนั้น ประกอบไปด้วย หนึ่ง จำเป็น (55%) เงินในกระปุกนี้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน…
-

ประกันสุขภาพ รู้ไว้ ไม่โดนหลอก
หลังจากโพสก่อนหน้านี้ เราได้พูดคุยกันในเรื่องของประกันชีวิตไปแล้วนั้น วันนี้อยากจะมาชวนคุยในเรื่องของประกันสุขภาพกันบ้าง เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้ทุกคนนำข้อมูลไปใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อประกันสุขภาพให้ตรงตามความต้องการของตัวเอง ไม่ใช่ซื้อตามความต้องการทำยอดของใคร ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ประกันสุขภาพ เป็นอนุสัญญาหรือสัญญาเพิ่มเติม ซื้อได้ก็ต่อเมื่อเราซื้อพ่วงไปกับประกันชีวิต(สัญญาหลัก) โดยประกันสุขภาพ(อนุสัญญา)นี้ให้ความคุ้มครองแบบปีต่อปีโดยจะให้ความคุ้มครองตราบเท่าที่เรายังชำระเบี้ยอยู่และสัญญาหลักยังไม่จบลง นั่นหมายความว่า ถ้าเราอยากได้ความคุ้มครองจากประกันสุขภาพที่มีความต่อเนื่องยาวนาน เราควรซื้อพ่วงเข้ากับสัญญาหลักที่เป็นประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ลองจินตนาการว่า ถ้าวันนี้เราเลือกที่จะพ่วงตัวประกันสุขภาพเข้ากับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ระยะเวลาคุ้มครองมากสุดอาจจะ 25 ปี และเมื่อสัญญาครบกำหนดอายุ ถึงตอนนั้นเราก็จะไม่มีประกันชีวิตไว้ใช้สำหรับซื้อประกันสุขภาพพ่วงท้ายแล้ว บางคนอาจจะแย้งว่าถึงตอนนั้นค่อยซื้อใหม่หมดทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพก็ได้หนิ ซึ่งความคิดนี้ก็ไม่ผิด แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าอีก 25 ปีข้างหน้า สุขภาพเราจะยังแข็งแรงอยู่เหมือนเดิม โดยทั่วไปแล้วบริษัทประกันจะรับทำประกันให้กับคนที่ยังมีสุขภาพดีอยู่ ถ้าเราป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่งแล้ว โรคนั้นมักจะถูกงดเว้นไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัท หรือบางโรคเป็นแล้ว บริษัทประกันจะไม่รับทำประกันเลย เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดในสมองตีบ เป็นต้น ทางที่ดีเราจึงควรซื้อประกันสุขภาพพ่วงกับประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะดีกว่า สำหรับใครที่อ่านมีถึงตรงนี้ น่าจะเริ่มอยากรู้แล้วว่า ประกันสุขภาพมันมีความคุ้มครองแบบไหนมั่ง ซึ่งแต่ละบริษัทประกันก็มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาหลากหลาย โดยสามารถจับกลุ่มประเภทความคุ้มครองหลักๆ ได้ 4 กลุ่ม ดังนี้ 1. ค่ารักษาพยาบาล เป็นความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในกรณีที่เราเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยสามารถแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยใน…
-

ประกันชีวิต คำง่ายๆแต่ความหมายสุดลึกล้ำ
ที่บอกว่าสุดลึกล้ำ เพราะคำสั้นๆคำนี้ ใครได้ยินแล้วมักจะรู้สึกกลัว ยิ่งกว่า ยาพิษ! หนีได้หนี (เข้าใจเพราะเป็นเหมือนกัน 5555) เมื่อก่อนถ้ามีใครมาขายประกัน ความรู้สึกแรกที่แว๊บเข้ามา คือ แกจะมาหลอกขายอะไรชั้นนนนน ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรากลัวประกัน เพราะเราไม่เข้าใจ แอดเลยลองศึกษาหาข้อมูลเรื่องประกันให้มากขึ้น ทำให้เริ่มเข้าใจว่า ประกันชีวิตมันสามารถเอามาช่วยบริหารความเสี่ยงทางการเงินของเราได้นะ ถ้าเรารู้จักเลือกแบบประกันให้มันเหมาะสมกับความต้องการของเรา ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เอาเป็นว่าเราไปลองทำความรู้จักกับแบบของประกันชีวิตพื้นฐานทั้ง 4 แบบกันเลยดีกว่าค่า แบบแรก แบบตลอดชีพ จ่ายเบี้ยช่วงเวลาหนึ่ง (ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 18 – 25 ปี) แต่ได้รับความคุ้มครองตลอดชีวิต (ตลอดชีวิตของแต่ละบริษัทไม่เท่ากัน บางที่ถึงอายุ 85 ปี บางที่ถึงอายุ 99 ปี) โดยบริษัทจะให้ความคุ้มครองผู้ทำประกันกรณีเสียชีวิต (จ่ายเงินทุนประกันให้ผู้รับผลประโยชน์) หรือ ถ้ามีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินคืน (ตายจ่าย สบายคืน นั่นเอง) ประกันแบบนี้ส่วนใหญ่ทำไว้ ไม่ได้เอาไว้ใช้เองหรอก (กว่าจะได้เงินคืนนู่นน อายุเกือบ 100 ปีแล้ว จะอยู่ถึงเปล่าก็ไม่รู้) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าวันนึงชั้นโชคร้ายไปก่อนนะ ครอบครัวชั้นต้องไม่ลำบาก…